ผู้เขียน หัวข้อ: สังเกตอาการผิดปกติหลังใส่สายอย่างให้อาหารสายยาง เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยเกิดอาการแทรกซ  (อ่าน 631 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 736
  • โปรโมทเว็บ ลงโฆษณา ได้ในระยะเวลาอันรวดเร็วขึ้น
    • ดูรายละเอียด
สังเกตอาการผิดปกติหลังใส่สายอย่างให้อาหารสายยาง เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยเกิดอาการแทรกซ้อน

การสังเกตอาการผิดปกติหลังจากใส่สายยางให้อาหารเป็นสิ่งที่ผู้ดูแลต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพราะภาวะแทรกซ้อนบางอย่างอาจไม่เกิดขึ้นทันทีแต่จะค่อยๆ แสดงอาการออกมา เพื่อป้องกันอันตรายร้ายแรง นี่คือจุดสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังครับ

1. อาการทางระบบทางเดินหายใจ (เฝ้าระวังปอดอักเสบ)

เป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายที่สุด หากอาหารไหลย้อนหรือสำลักลงปอด

มีไข้: แม้จะเป็นไข้ต่ำๆ แต่ถ้ามีอาการไอร่วมด้วยต้องระวัง

หายใจผิดปกติ: หายใจเร็ว หอบเหนื่อย หรือมีเสียงครืดคราดในลำคอขณะหายใจ

เสมหะเปลี่ยนไป: เสมหะมีปริมาณมากขึ้น ข้นเหนียว หรือมีสีเหลืองเขียว

ระดับออกซิเจน: หากมีเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว แล้วค่าต่ำกว่า 94–95% ร่วมกับอาการหอบ


2. อาการทางระบบทางเดินอาหาร (เฝ้าระวังการไม่ย่อย)

ท้องอืด (Abdominal Distension): หน้าท้องตึงเป่งผิดปกติ เคาะแล้วมีเสียงโปร่งเหมือนกลอง ผู้ป่วยดูอึดอัด

อาเจียนหรือขย้อน: มีอาหารไหลออกมาทางปากหรือจมูก หรือไหลย้อนขึ้นมาในสายยาง

ท้องเสีย: ถ่ายเหลวบ่อยครั้ง (อาจเกิดจากอาหารปนเปื้อน หรือสูตรอาหารเข้มข้นเกินไป)

น้ำย่อยผิดสี: เมื่อดูดเช็กก่อนมื้อถัดไป พบน้ำย่อยเป็นสีน้ำตาลเข้ม (Coffee Ground) หรือสีแดงสด


3. อาการบริเวณตำแหน่งที่ใส่สาย (เฝ้าระวังการติดเชื้อและแผล)

สำหรับสายทางจมูก (NG Tube):

ปีกจมูกแดง อักเสบ หรือมีแผลถลอกจากการกดทับของสายยาง

มีเลือดออกทางจมูก

สำหรับสายทางหน้าท้อง (PEG):

ผิวหนังรอบรูเจาะ บวม แดง ร้อน หรือมีอาการปวดเมื่อสัมผัส

มีหนองหรือน้ำเหลืองซึมออกมาจากรูเจาะ

มีเนื้อเยื่อสีแดงนูน (Granulation tissue) งอกออกมาผิดปกติรอบสาย


4. อาการทางระบบไหลเวียนและภาวะน้ำ (เฝ้าระวังการขาดน้ำ)

ปัสสาวะ: ปัสสาวะมีสีเข้มจัดหรือปริมาณน้อยลงมาก

ผิวหนังและปาก: ปากแห้ง ผิวหนังขาดความยืดหยุ่น (ลองดึงผิวหนังหลังมือขึ้นแล้วปล่อย ถ้าคืนตัวช้าแสดงว่าขาดน้ำ)


💡 เคล็ดลับ

หากคุณพบอาการผิดปกติเพียงเล็กน้อย เช่น ท้องอืดบ่อย ให้ลอง "ลดความเร็ว" ในการหยดอาหารลง และตรวจสอบว่า "อาหารเย็นไปหรือไม่" บ่อยครั้งที่การปรับเพียงเล็กน้อยสามารถลดภาวะแทรกซ้อนได้โดยไม่ต้องทานยาเพิ่มครับ