ผู้เขียน หัวข้อ: ช่างไฟฟ้าอาคาร: ตัดไฟก่อนเกิดภัย วิธีเช็กไฟรั่วในบ้านง่ายๆ ด้วยตัวเอง ปลอดภัย ชั  (อ่าน 3 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 830
  • โปรโมทเว็บ ลงโฆษณา ได้ในระยะเวลาอันรวดเร็วขึ้น
    • ดูรายละเอียด
ช่างไฟฟ้าอาคาร: ตัดไฟก่อนเกิดภัย วิธีเช็กไฟรั่วในบ้านง่ายๆ ด้วยตัวเอง ปลอดภัย ชัวร์ 100%

"ไฟรั่ว" เป็นภัยเงียบที่น่ากลัวที่สุดอย่างหนึ่งภายในบ้าน เพราะกระแสไฟที่รั่วไหลออกมามักไม่มีเสียงหรือคราบไหม้ให้เห็นชัดเจนเหมือนไฟช็อต แต่อาจนำไปสู่เหตุการณ์ไฟดูดหรือทำให้ค่าไฟพุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติโดยไม่รู้ตัว การเรียนรู้ วิธีเช็กไฟรั่วในบ้านง่ายๆ ด้วยตัวเอง จึงเป็นทักษะติดบ้านที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและป้องกันอันตรายแก่สมาชิกทุกคนในครอบครัวครับ


1. สัญญาณเตือนที่บอกว่าบ้านของคุณอาจมีไฟรั่ว

•   สะกิดเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วรู้สึกแปร๊บๆ: เมื่อสัมผัสโครงโลหะของตู้เย็น เครื่องซักผ้า หรือคอมพิวเตอร์ แล้วรู้สึกเหมือนโดนไฟดูดเบาๆ
•   ค่าไฟพุ่งสูงขึ้นผิดปกติ: ปริมาณการใช้ไฟฟ้าเท่าเดิม แต่ค่าไฟพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เกิดจากกระแสไฟรั่วลงดินตลอดเวลา
•   เบรกเกอร์ตัดไฟบ่อยครั้ง: เซฟตี้เบรกเกอร์แบบ RCBO หรือตู้ตัดไฟอัตโนมัติทริปตัดไฟบ่อยโดยไม่ทราบสาเหตุ


2. ขั้นตอนการเช็กไฟรั่วในบ้านด้วยตัวเองอย่างปลอดภัย

วิธีที่ 1: สังเกตการหมุนของมิเตอร์ไฟฟ้า (มิเตอร์จานหมุน):เช็กภาพรวมการไหลของกระแสไฟด้วยมิเตอร์ไฟฟ้าหน้าบ้าน
ปิดสวิตช์ ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดในบ้านออกให้หมด (รวมถึงตู้เย็นและพัดลม) แต่ยังไม่ต้องสับคัทเอาต์หลักลง จากนั้นไปยืนสังเกตจานหมุนที่มิเตอร์ไฟหน้าบ้าน หากจานหมุนยังคงหมุนอยู่ แสดงว่ามีกระแสไฟรั่วไหลอยู่ในระบบไฟฟ้าของบ้านแน่นอน

วิธีที่ 2: ใช้ไขควงเช็กไฟ (Test Pen) ตรวจตามโครงโลหะ:ตรวจเช็กกระแสไฟรั่วเฉพาะจุดตามเครื่องใช้ไฟฟ้าโครงโลหะ
เสียบปลั๊กเปิดใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าตามปกติ แล้วนำปลายไขควงเช็กไฟไปแตะบริเวณโครงโลหะ น็อต หรือส่วนที่เป็นเหล็กของตัวเครื่อง (ระวังอย่าให้มือสัมผัสส่วนโลหะของไขควง) หากหลอดไฟส่องสว่างที่ด้ามไขควงติดขึ้นมา แสดงว่าเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นมีไฟรั่ว

วิธีที่ 3: ไล่เช็กด้วยตู้ควบคุมไฟฟ้าหลัก (Consumer Unit):ค้นหาว่าไฟรั่วมาจากวงจรสายไฟหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นไหน
หากเบรกเกอร์ตัดไฟบ่อย ให้สับเบรกเกอร์ย่อยลงทั้งหมด แล้วค่อยๆ สับขึ้นทีละตัว เมื่อสับเบรกเกอร์ย่อยตัวไหนขึ้น แล้วเบรกเกอร์หลักตัดทันที แสดงว่าวงจรสายไฟหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต่อกับเบรกเกอร์ย่อยโซนนั้นมีไฟรั่ว


3. การแก้ไขและป้องกันเมื่อพบจุดไฟรั่ว

•   หยุดใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นนั้นทันที: หากตรวจพบไฟรั่วจากเครื่องใช้ไฟฟ้า ให้ถอดปลั๊กออกทันทีและส่งซ่อมแซม ห้ามฝืนใช้งานต่อเด็ดขาด
•   ติดตั้งระบบสายดิน (Grounding): ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีโครงโลหะและต้องสัมผัสกับน้ำ (เช่น เครื่องทำน้ำอุ่น ตู้เย็น) ได้ทำการต่อสายดินลงหลักดินอย่างถูกต้อง
•   ติดตั้งอุปกรณ์ตัดไฟรั่วอัตโนมัติ: เลือกใช้เบรกเกอร์ชนิด RCBO หรือ RCD ที่สามารถตัดกระแสไฟฟ้าได้ทันทีภายในเสี้ยววินาทีเมื่อเกิดไฟรั่วเกิน 15-30 มิลลิแอมป์
•   ปรึกษาช่างไฟฟ้าผู้เชี่ยวชาญ: หากทดสอบแล้วพบไฟรั่วที่ระบบสายไฟฝังผนัง ควรรีบติดต่อช่างไฟฟ้าที่มีใบรับรองมาดำเนินการแก้ไข ไม่ควรแกะรื้อสายไฟฝังผนังด้วยตัวเอง

สรุปได้ว่า วิธีเช็กไฟรั่วในบ้านง่ายๆ ด้วยตัวเอง สามารถเริ่มต้นได้จากการสังเกตการหมุนของมิเตอร์ไฟ และการใช้ไขควงเช็กไฟตรวจตามโครงโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้า การหมั่นตรวจเช็กระบบไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณรับมือกับปัญหาได้ทันท่วงที ก่อนที่จะเกิดอันตรายจากไฟดูดหรือเพลิงไหม้